smartscities.com

เว็บเกมคาสิโนออนไลน์

ความร้สึกของการขับเคี่ยวแย่งแชมป์ พรีเมียร์ลีกที่เข้มข้น เหมือนที่เคยเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อฤดูกาล 2018และ 2019

เมื่อพูดถึงการแข่งขันที่ดุเดือดครั้งหนึ่งของที่สุดตลอดกาลระหว่างทีม  ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้  ซึ่งเป็นฤดูกาลที่แฟนๆเดอะ ค็อปทุกชีวิตสามารถเชื่อได้ว่าทีมรักของพวกเขานั้นดีพอที่จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะเชื่อมั้นในทีมหรือในตัวนักเตะ แต่ก็อาจลังเล ถึงการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดที่รอคอยกันมาตั้งแต่ปี 1990  อีกทั้งเรามีทีมที่เชื่อว่าดีพอ และสร้างความมั่นใจให้เราอยู่หลายทีมที่ผ่านมานั้น ไม่ว่าจะเป็นทีมของ  ทีมของแม็คก้า เร้ดแน็ปป์ ฟาวเลอร์ ทีมของ แบร์เกอร์ ฮามันน์ โอเว่น ทีมของ เจอร์ราร์ด ตอร์เรส อลอนโซ่ แต่บทสรุปออกมาล้วนทำลายความมั่นใจ แม้ว่าเราจะคิดว่าดีที่สุดแล้วแต่กลับยังไม่ดีพอ  ซึ่งทำให้เกิดความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า จึงก่อให้เกิดความไม่มั่นใจ

เพราะฉะนั้นในวันที่ฝันจะกลายเป็นจริงได้ในที่สุดเมื่อฤดูกาล 2019-2020  มันจึงไม่ได้เป็นแค่การสิ้นสุดการรอคอยอันยาวนาน 30 ปีเท่านั้น  แต่มันมีอะไรที่มากกว่านี้อีก เพราะสิ่งที่ทำให้ไม่มั่นใจได้ถูกทำลายลงแล้วอย่างสิ้นเชิง  โดยที่แฟน เดอะ ค็อป สามารถเชื่อได้อย่างสนิทใจว่าทีมเขาดีและมีคุณภาพจริงๆ

ซึ่งที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลไม่เคยทำได้ถึง 99 แต้ม  คือ ผิดหวังจาก ฤดูกาลที่ใกล้แชมป์แล้วสามารถตอบโต้ด้วยผลงานที่ดียิ่งกว่าเดิมในฤดูกาลต่อมา ซึ่งคล้ายกับอาการเสียขวัญแล้วเรียกกลับมาได้ ลิเวอร์พูลเป็นอย่างนั้นมาตลอด ซึ่งในฤดูที่ 2008-2009 ลิเวอร์พูล ได้ไป 89 คะแนน  และได้แค่รองแชมป์เท่านั้น  ฤดูกาลถัดมาหล่นวูบไปที่ 7 แต้มน้อยกว่าเดิม 23 คะแนน  ต่อมาในฤดูกาล  2013-2014  ได้ไป 84 คะแนน แค่รองแชมป์อีกครั้ง แต่ฤดูถัดมาก็ไม่สมหวังอีกเช่นเคยแต้มกระเด็นหายไป 22 แต้ม อันดับรูดลงไปที่ 6 เหมือนวัยรุ่นที่เรียนรู้แล้วเติบโตไม่พอ ประสบการณ์น้อยยังไม่แกร่งรับมือกับความผิดหวังไม่ได้เลย

ต่สำหรับลิเวอร์พูลยุคนี้เหมือนผู้ใหญ่ที่โตแล้วและ  ประสบการณ์มากขึ้นแล้ว เป็นผู้ใหญ่เต็มวัยแล้ว  เปรียบเหมือนกับฟุตบอลที่ดูเหมือนจะเพิ่งเริ่มโตแล้วไปเจอรุ่นใหญ่ใหญ่เต็มตัวอย่าง เรอัล มาดริด ในนัดชิงเจ้ายุโรปที่เคียฟ  สิ่งนั้นทำให้ลิเวอร์พูลเติบโตขึ้นไปอีกและกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเช่นกัน ยิ่งเล่นก็ยิ่งพัฒนาเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวขึ้น  ประสบการณ์ที่ได้กลับมาครั้งนั้นล้ำค่ากว่าความพ่ายแพ้มากนักเพราะมันแลกมาด้วยแชมป์ยุโรป แชมป์พรีเมียร์ลีก และแชมป์โลก  อีกทั้งทำให้มีความศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเองด้วย  ซึ่งหากเป็นเมื่อก่อน นั้นการได้แค่ 97  แต้มอาจเป็นที่ไม่พอใจ ยังไม่ได้แชมป์ และลิเวอร์พูล โดยที่ลำดับอสจจะหล่นไปกองอยู่สักอันดับ 5 อันดับ 6  และแต้มก็หานไปสัก 25-30 แต้มแล้วนั่งดูทีมอื่นที่จิตใจแกร่งกว่าฟาดฟันแย่งแชมป์กัน คล็อปป์และลูกทีม อาจจะกดดันแล้วทำแต้มอย่างบ้าคลั่ง เตะ 27 เกมแรกชนะ 26 เสมอ 1 คว้าแชมป์ไปครองตั้งแต่เกมที่ 31 และคะแนนที่น่าเหลือเชื่อขึ้นไปอีกจาก 97 เป็น 99 แต้ม ข้อแตกต่างของลิเวอร์พูลในวันที่พาแฟนบอลย้อนเวลากลับไปสู่ยุคไล่ล่าความสำเร็จ  ตลอดปี 1970 ต่อเนื่องถึง 1980 อีกครั้ง  ทุกคนก็เชื่อมั่นในตัวนักเตะในทีมของตัวเองว่าจะมีฤดูกาลที่ให้คุณได้ลุ้นแชมป์กันทุกถ้วยทุกปี ส่วนใครที่เกิดไม่ทันก็จะได้รับรู้ว่าครั้งหนึ่งแฟนบอลลิเวอร์พูลรุ่นพี่รุ่นพ่อเคยมีความรู้สึกเชื่อมั่นในทีมตัวเองอย่างนี้   ซึ่งหากย้อนกลับไปสัมผัสความรู้สึกนั้นอีกครั้งแม้จะยังไม่เท่ากันแต่ก็ถือว่าใกล้เคียงที่สุดแล้ว

หลังจากที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาคุมทีมเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2015  พาทีมแพ้ฟุตบอลถ้วย 3 รายการซ้อน ลิเวอร์พูลก็ได้มีการพัฒนามากขึ้นเป็นทีมที่วางแผนควบคุมผลการแข่งขันได้ดีที่สุดทีมหนึ่งในวงการ กลายเป็นทีมที่มีความสำเร็จเต็มตัวแล้วชนะเยอะ วันที่ชนะก็ทำให้เหล่าแฟนๆกองเชียร์ชุ่มฉ่ำหัวใจก็มีมาก บางคนอาจจะอยากเห็นทีมชนะคู่แข่งแบบเด็ดขาดทุกเกม แต่ในทางกลับกันถ้ามันเกิดขึ้นกับทีมคู่แข่งแย่งแชมป์ด้วยกัน ความรู้สึกของเหล่าแฟนๆอาจอยากเห็นทีมชนะคู่แข่งแบบเด็ดขาดทุกเกม แต่ในทางกลับกันถ้ามันเกิดขึ้นกับทีมคู่แข่งแย่งแชมป์ด้วยกัน